
Thai ESG กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นหนึ่งในตัวเลือกของกองทุนรวมที่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ในการขอลดหย่อนภาษีจากรัฐบาลได้ สำหรับผู้มีรายได้คนไหนที่กำลังมองหาเครื่องมือช่วยประหยัดภาษี เชื่อว่ากองทุน Thai EGS สามารถเป็นตัวเลือกที่ดีได้แน่นอน แต่หากอยากเริ่มต้นลงทุนในกองทุน Thai ESG นี้ ก็มีเรื่องสำคัญที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจก่อนเช่นกัน
3 เรื่องสำคัญต้องรู้ก่อนลงทุน Thai ESG กองทุนรวมเพื่อคนไทย และเพื่อส่วนรวม
1. Thai ESG กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน มีลักษณะอย่างไร
Thai ESG กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นหนึ่งในกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์หลัก ๆ ได้แก่ ตราสารหนี้ ตราสารทุน และสินทรัพย์ดิจิทัล ของธุรกิจที่มีการดำเนินการโดยให้ความสำคัญ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) ที่ดี โดยสินทรัพย์ที่สามารถเลือกลงทุนได้ มีดังนี้
– หุ้นของบริษัทที่ผ่านการจดทะเบียนเป็นหุ้นยั่งยืนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI)
– หุ้นของบริษัทใน SET หรือ MAI ที่มีแผนการจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs)
– ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน เช่น ตราสารหนี้เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารหนี้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond) หรือตราสารหนี้เพื่อพัฒนาสังคม (Social Bond) เป็นต้น
– พันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาล หรือหุ้นกู้ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน เช่น พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) เป็นต้น
– สินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ออกตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน เช่น โทเคนดิจิทัลโครงการส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Token) หรือโทเคนดิจิทัลโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green-Project Token) เป็นต้น
2.เงื่อนไขในการลงทุนใน Thai ESG กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน
– ระยะเวลาในการถือครองกองทุนต้องไม่ต่ำกว่า 5 ปี นับจากวันที่เริ่มต้นลงทุนครั้งแรก
– ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนเท่าไหร่ และจะลงทุนปีไหนบ้าง
– กองทุนนี้ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิขอลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ต้องไม่เกิน 300,000 บาท
– สามารถใช้สิทธิในการขอลดหย่อนภาษีได้ในช่วงระหว่างปี 2567-2569
– กองทุน Thai ESG มีนโยบายแบบจ่ายเงินปันผล หรือสะสมมูลค่า นักลงทุนสามารถเลือกรับผลตอบแทนได้ตามความต้องการ โดยมีเงื่อนไขว่า หากเลือกรับผลตอบแทนแบบปันผล จะต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย 10% ของเงินปันผลที่ได้รับด้วย
3. Thai ESG กองทุนนี้เหมาะกับใคร
กองทุน Thai ESG เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิขอลดหย่อนภาษีในช่วงระหว่างปี 2567-2569 ต้องการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนด้วยระยะเวลา 5 ปีขึ้นไป เพื่อให้ได้เงินสำหรับทำตามวัตถุประสงค์บางอย่างที่ตั้งใจไว้ เช่น จ่ายเป็นค่าเล่าเรียนบุตร ดาวน์รถ ดาวน์บ้าน เป็นต้น นอกจากนี้สำหรับนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ใส่ใจและอยากส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน กองทุนนี้ก็มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ในการเลือกที่จะลงทุน เพราะเป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมธุรกิจที่มีการดำเนินการตามหลัก ESG เพื่อความยั่งยืนโดยตรง
อีกทั้งหากใครที่ต้องการกระจายความเสี่ยงของการลงทุนในกองทุนรวมที่มีความหลากหลาย กองทุน Thai ESG ก็ตอบโจทย์ความต้องการนี้เช่นเดียวกัน และยังสามารถเลือกระดับความเสี่ยงในการลงทุนตามที่ตนเองยอมรับได้อีกด้วย
Thai ESG กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนนี้ เป็นกองทุนที่มีความเฉพาะตัว มีเงื่อนไขการลงทุนที่แตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมลดหย่อนภาษีอื่น ๆ เป็นกองทุนที่มีความน่าสนใจทั้งในแง่ของความสอดคล้องกับกระแสการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมที่เน้นในเรื่องของความยั่งยืน ที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ และตอบโจทย์ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางด้านภาษีเพิ่มเติมได้อีกเป็นแสน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่กองทุนจะได้รับความนิยมจากนักลงทุน และเป็นตัวเลือกที่ดีในการเลือกลงทุน สำหรับใครที่ยังมองหากองทุนในการช่วยลดหย่อนภาษีได้จนถึงปี 2569 อย่าลืมพิจารณากองทุน Thai ESG ไว้ในลิสต์ด้วย รับรองว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้ไม่แพ้กองทุนอื่นอย่างแน่นอน
